ธ.ค. 27, 2022
ศธ. แก้ไขระเบียบทรงผมนักเรียน ไว้ผมยาว-สั้นก็ได้ ห้ามลงโทษกล้อนผมเด็ก

กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดสัมมนาคณะกรรมการไตร่ตรองข้อร้องทุกข์ของผู้เรียน นิสิต กระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 3ในห้องที่ใช้สำหรับการประชุมจันทรเกษม โดยเห็นดีเห็นชอบ ปรับแก้กฎระเบียบทรงผมเด็กนักเรียน ข้อ รวมทั้ง ผู้เรียนไว้ผมยาวสั้นก็ได้ ห้ามลงอาญากล้อนผมเด็ก พร้อมให้โอกาสให้แต่งตัวตามเพศภาวะ สวมชุดอื่นตามข้อตกลงด้วยกัน และก็ตั้งคณะทำงานเพิ่ม ด้าน เพื่อขจัดปัญหาการฝ่าฝืน กฎข้อบังคับล้าหลัง รวมทั้งการแสดงออกด้านการเมืองในโรงเรียน

ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติทรงผมเด็กนักเรียน
ไว้ผมยาวสั้นก็ได้ ห้ามลงอาญากล้อนผมเด็ก พร้อมให้โอกาสให้แต่งตัวตามเพศภาวะ สวมชุดอื่น หรือในวันใด ให้เป็นไปตามกติกาด้วยกัน

ดร.สมเกียรติ ตั้งธุระการพาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ในฐานะประธานคณะกรรมการพินิจพิเคราะห์ข้อร้องทุกข์ของผู้เรียน นิสิต เผยวันหลังการสัมมนา ดังต่อไปนี้

คำแนะนำปรับปรุงแก้ไข ประการ
ห้องประชุมได้พินิจร่างกฎระเบียบ ศธว่าการไว้ทรงผมของเด็กนักเรียน พุทธศักราช2563 โดยมีข้อเสนอปรับแก้ ประการ เป็น

ประการแรก บทนำหรือคำนำ” ปรับแก้เป็น การปรับปรุงระเบียบปฏิบัติฯ การไว้ทรงผมของผู้เรียน พุทธศักราช 2563 ให้มีความเหมาะสมกับเหตุการณ์เดี๋ยวนี้ แล้วก็สอดคล้องกับวิธีการสิทธิมนุษยชน การป้องกันเกียรติยศความเป็นคน การมีส่วนร่วม แล้วก็การปกป้องคุ้มครองให้มีการเลือกปฏิบัติไม่ยุติธรรมระหว่างเพศ เพราะว่าเดี๋ยวนี้สังคมไทยมีการปรับปรุงไปๆมาๆก รวมทั้งมีความมากมายหลากหลายทางเพศมากขึ้น

ประการลำดับที่สอง การปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติข้อที่ 4” โดยมีการแยกไว้ว่า การไว้ทรงผมของนักเรียนผู้ชายแล้วก็เด็กนักเรียนผู้หญิง มีบทบัญญัติที่แตกต่าง สำหรับการปรับแก้คราวนี้ก็เลยให้มีการไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ แล้วก็สะท้อนถึงความมากมายหลากหลายทางเพศภาวะของผู้เรียนได้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ให้มีปัญหาในทางปฏิบัติ ส่วนการดัดผม ทำสีผมให้ต่างไปจากเดิม ไว้หนวดหรือไว้หนวดเครา ยังคงเป็นสิ่งที่ห้ามดังเดิม เพราะว่ามีความเห็นว่าอาจส่งผลให้เสียสมาธิสำหรับเพื่อการเรียน

ดังนี้ กฎระเบียบข้อ จะปรับแต่งไขใหม่ให้เป็นดังต่อไปนี้

ข้อ ผู้เรียนจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาว ให้เป็นไปตามความเหมาะสมแล้วก็รวบให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ประการลำดับที่สาม การปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติข้อที่ 7″ ซึ่งมีจุดอ่อนในหัวข้อการออกกฎข้อบังคับของสถานศึกษา โดยไม่ต้องมีการพิจารณาหารือ ก็เลยกำหนดให้มีการเขียนไว้อย่างแจ่มแจ้ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ภายใต้บังคับข้อ ให้โรงเรียนจัดระเบียบการไว้ทรงผมของผู้เรียน ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือคัดค้านกับกฎระเบียบนี้ โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบด้วยกันจากคณะกรรมการโรงเรียน หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนที่เป็นของเอกชน สุดแท้แต่กรณี

ก่อนปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้โรงเรียนปฏิบัติงานจัดให้มีการฟังข้อคิดเห็นของเด็กนักเรียน คุณครูและก็เจ้าหน้าที่ด้านการศึกษา แล้วก็โครงข่ายผู้ดูแล แล้วก็เผยแพร่ผลของการฟังข้อคิดเห็นดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เอาไว้ในรอบๆโรงเรียน หรือระบบสารสนเทศของโรงเรียนนั้น

นอกนั้น ห้องประชุมยังมีข้อเสนอแนะให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือทำความเข้าใจไปยังสถานที่เรียน เป็น

ผลักดันการมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดยใช้กลไกของที่ประชุมผู้เรียน ตัวอย่างเช่น ให้ผู้แทนที่ประชุมเด็กนักเรียน ร่วมสังเกตการณ์ สำหรับเพื่อการสัมมนาของคณะกรรมการโรงเรียน ตามข้อ 7
ชูแนวปฏิบัติของสถานศึกษาที่ปฏิบัติการมีส่วนร่วม เป็นต้นว่า สถานที่เรียนรัตนาธิเบศร์
กรณีเด็กนักเรียนปฏิบัติผิดต้องตามระเบียบปฏิบัติ การลงทัณฑ์จำต้องนึกถึงสิทธิของเด็กนักเรียน แล้วก็เป็นไปตามกฎระเบียบกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการลงทัณฑ์เด็กนักเรียนนิสิต พุทธศักราช2548 รวมทั้งข้อบังคับคุ้มครองปกป้องเด็ก โดย ศธ.ไม่สนับสนุนกาเกลื่อนกลาดระทำร้ายแรงต่อเด็ก โดยเหตุนี้ถัดไป ผู้กระทำล้อผมเด็ก” จะไม่สามารถที่จะทำได้
เครื่องแบบนักเรียน
ห้องประชุมได้ปรึกษาทางแก้ไขปัญหาเครื่องแบบนักเรียน ตามคำเรียกร้องของผู้เรียนหมายถึงการแต่งกายตามเพศภาวะ ยกเลิกการแต่งเครื่องแบบนักเรียน และก็ชุดแต่งกายลูกเสือ ยุยงวกาชาด เนตรผู้หญิง ซึ่งกรณีนี้มี พระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช2551 แล้วก็กฎระเบียบ ศธ.กล่าวถึงเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช2551 ดูแลอยู่

คณะกรรมการฯ พินิจแล้วมีความเห็นว่า กฎระเบียบที่มีอยู่มีความยืดหยุ่นและก็สามารถปรับใช้ได้ตามสมควร เพียงบางสถานที่เรียนบางทีอาจยังปราศจากความรู้เรื่อง

ฉะนั้น ห้องประชุมจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใคร่ครวญทำหนังสือฝึกฝนความรู้ความเข้าใจไปยังสถานศึกษาต่างๆขอให้มีความยืดหยุ่น โดยใช้ข้อ 15 แล้วก็ 16 เป็น

ข้อ 15 ระบุว่า โรงเรียนใดจะกำหนดให้ผู้เรียนแต่งครื่องแบบลูกเสือ เนตรสตรี ยุยงวกาชาด นักศึกษาวิชาทหาร หรือแต่งชุดท้องถิ่น ชุดไทย ชุดใส่เล่น ชุดฝึกหัดงาน ชุดใส่เล่นกีฬา ชุดนาฏกรรม หรือชุดอื่นๆแทนเครื่องแบบนักเรียนตามข้อกำหนดนี้ได้ ในวันใด ให้เป็นไปตามที่โรงเรียนระบุ โดยนึกถึงความมัธยัสถ์สมควร

ข้อ 16 ที่ระบุว่าในกรณีมีเหตุจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ให้โรงเรียนพิเคราะห์นอกจาก หรือผ่อนผันการแต่งกายเครื่องแบบนักเรียนได้ตามสมควร และก็แม้จะออกระเบียบปฏิบัติใดเพิ่ม ให้มีการยอมรับฟังความเห็นจากคณะกรรมการโรงเรียน เด็กนักเรียน อาจารย์และก็พนักงานด้านการศึกษา แล้วก็โครงข่ายผู้ดูแลก่อน

More Details